We Ship Worldwide

การซักพรมปูพื้นด้วยระบบต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดให้ดูใหม่เสมอ

การซักพรมปูพื้นด้วยระบบต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดให้ดูใหม่เสมอ

พรมปูพื้น เป็นของแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างไรก็ตามการบำรุงรักษาพรมแต่งบ้านนั้น ถ้ามีความสามารถที่จะทำได้เอง ก็นับว่าดีกว่าที่จะจ้างคนอื่นมาซักพรมให้เรา เพราะเราสามารถการันตีความสะอาดและปลอดภัยพรมปูพื้นห้องของเราได้ เพราะฉะนั้นหากบ้านของคุณมีพรมปูพื้น คุณก็ควรที่จะมีความรู้พื้นฐานในการดูแลรักษาความสะอาด เพราะพรมต้องดูแลด้วยการซักเสมอเนื่องจากถ้าทิ้งไว้นานเกินไป พรมปูพื้นห้องจะกลายเป็นที่กับเก็บฝุ่นและเชื้อโรคจนพรมแต่งบ้านจะกลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อาศัยในบ้านได้ ดังนั้นบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักวิธีการซักพรมให้ทราบกัน

การซักพรมปูพื้นด้วยระบบต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดให้ดูใหม่เสมอ 

การซักพรมปูพื้นแต่ละแบบ

การเลือกวิธีซักพรมที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยทีเดียว เพราะบางวิธีซักแล้วทิ้งคราบน้ำยาที่มีความเหนียวไว้ข้างหลังอันเป็นสาเหตุของการสะสมฝุ่น บางวิธีทำให้ขนพรมเสีย ดังนั้นเราจึงขอแนะนำวิธีการซักพรมปูพื้นที่ได้ผลดีฝากกัน ซึ่งระบบซักพรมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ Rotary shampoo ซักเปียก Dry foam shampoo and dry foam extractor อยู่ระหว่างเปียกและแห้ง Dry powder/Dry clean ซักแห้ง Bonnet chemical cleaning ซักแห้ง และ Hot water extraction/Stream clean ซักเปียก

การซักพรมปูพื้นแบบ Rotary shampoo

เป็นการซักพรมปูพื้นห้องโดยใช้เครื่องขัดพื้นใส่แปรงติดถังน้ำยาใช้แชมพูทำให้เกิดฟอง ขัดให้ทั่ว ใช้เครื่องดูดน้ำดูดฟองขึ้นมา ระบบนี้หลังจากแห้งจะเกิดการเหนี่ยวที่พรมเหมือนเป็นแม่เหล็กดุดฝุ่น ทำให้พรมสกปรกเร็วกว่าปรกติ ไม่มีการ rinse /flush ด้วยน้ำสะอาดเปรียบเทียบกับการสระผมแล้วปล่อยให้แห้ง ทุกอย่างก็สะสมอยู่ในพรมต่อไป พรมบางชนิด เช่น พรมขนยาวตัดปลาย cut pile ทำให้ขนพรมคลายตัวถาวร

การซักพรมปูพื้นแบบ Dry foam shampoo and dry foam extractor

เป็นการซักพรมแต่งบ้านโดยใช้เครื่องขัดแบบแปรงทรงกระบอกหรือแปรงกลมก็ได้ เอาแชมพูผสมน้ำใส่ไปในถังระบบเปิดปิดโดยมีปั๊มลมทำให้เกิดฟองโดยลมที่อัดเข้าไปประมาณ 10 psi เล็กน้อยฟองจะไหลออกมา ใช้เครื่องชัดเดินหน้า/ถอยหลังหรือแบบแปรงกลมสวิง ซ้าย ขวา เมื่อพรมแห้งก็ดูดฝุ่นอีกครั้ง หากเป็นเครื่อง dry foam extractor ก็จะดูดฟองไปด้วยในคราวเดียว

การซักพรมปูพื้นแบบ Dry powder

เป็นการดูแลพรมแบบซักแห้ง dry clean การซักแบบแห้งใช้ซึมซับโดยสารเคมีผสมน้ำเล็กน้อยหรือใช้ความชื้นในอากาศ อาจจะใช้เครื่องโรย / ใช้มือโรยผงหลังจากนั้นใช้เครื่องตีผงไปมาเพื่อให้สารฯดูดซึมความสกปรก สุดท้ายใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเก็บ ขณะที่ตีนั้นผงบางส่วนจะลอยขึ้นไปติดแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องปรับอากาศ สุดท้ายก็พ่นสารเคมีให้ผู้อยู่ในห้อง ระบบนี้เป็นปัญหาต่อคุณภาพอากาศภายในห้อง (indoor air quality IAQ)

การซักพรมปูพื้นแบบ Bonnet chemical cleaning

การซักพรมปูพื้นห้องคือการปั่นแผ่นใยไหมพรม / แผ่นไมโครไฟเบอร์ก็คือการเช็ดรอยเปื้อนบนผิวพรม โดยฉีดน้ำยาที่พรมและแผ่น bonnet ใส่ใต้เครื่องขัดพื้น เมื่อด้านหนึ่งสกปรกก็ใช้อีกด้าน และนำไปซักเมื่อสกปรกทั้งสองด้าน ระบบนี้ง่ายไม่ยุ่งยาก จึงทำได้บ่อยเหมาะสำหรับสถานที่ที่มีการดูแลรักษาเป็นประจำและต้องสกปรกไม่มาก ระบบนี้ไม่มีการล้างด้วยน้ำ (Rinse) จึงทิ้งคราบน้ำยาไว้ หากเป็นพรมตัดปลายขนยาวจะเกิดเป็นวงก้นหอยจากการปั่น (ผู้ผลิตพรมไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้) ยังมีอีกระบบหนึ่งเรียกว่า ระบบสั่น oscillator คือฉีดน้ำบนพรมให้ทั่ว ใช้แผ่นผ้าใส่ใต้เครื่องสั่นนี้ถูไปมาหรือเท่ากับเช็ดรอยเปื้อน เพียงแต่น้ำยาที่ใช้อาจเป็น solvent ระบบนี้เหมือนระบบซักแห้ง ทั่วโลกมีการใช้ค่อนข้างน้อย

การซักพรมปูพื้นแบบ Spray extraction, hot water extraction / steam clean

การดูแลพรมแบบนี้เป็นระบบการซักที่ดีและซักได้สะอาดที่สุดประเทศที่เจริญส่วนใหญ่ใช้กัน Spray extraction คือระบบฉีดและดูดกลับด้วยน้ำเย็น (เครื่องขนาดเล็ก-กลาง) Hot water extraction (HWE) คือระบบฉีดและดูดกลับด้วยน้ำร้อน(เครื่องขนาดกลาง-ใหญ่) ที่เรียกว่า Deep clean เพราะฉีดลงไปลึก 5 -10 ม ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราการไหลและแรงดันของปั๊ม หากฉีดลงไปลึกแรงดูดมากพรมก็จะสะอาดมาก ในขณะที่ระบบอื่นซักแต่เพียงผิว ผู้ผลิตพรมรายใหญ่ที่สุดของโลก Shaw industries แนะนำให้ใช้ระบบนี้ ทำไมจึงเรียก steam clean เนื่องจากเครื่องซักพรมชนิดนี้พ่นน้ำร้อนกึ่งไอร้อนออกมาและใช้เครื่องแรงดูดสูง portable truck mount ดูดขึ้นทันที ในขณะที่ดูดนั้นก็ใช้น้ำเป็นตัวนำพาคราบฝุ่น ดินทรายขึ้นมา พรมจะสะอาดในขั้นตอนนี้ รายละเอียดของเครื่องซักพรม Hot Water Extraction (HWE) ชนิดนี้

การซักพรมปูพื้นด้วยระบบต่าง ๆ เพื่อทำความสะอาดให้ดูใหม่เสมอ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการซักพรมปูพื้น ซึ่งแต่ละระบบก็จะเหมาะสมกับลักษณะของพรมที่แตกต่างกัน ข้อสำคัญที่สุดคือเราต้องเลือกระบบการซักพรมที่เหมาะสมกับพรมแต่งบ้านของเราให้มากที่สุด เพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อพรมปูพื้นให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน และอย่าลืมว่าเราต้องทำความสะอาดพรมปูพื้นห้องอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้มันกักเก็บฝุ่นนานจนทำลายสุขภาพของผู้อาศัยในบ้านด้วย

เพิ่มเพื่อน