ดูแลและทำความสะอาดพรมปูพื้นอย่างไรให้ดูใหม่เสมอ

ต้องตระหนักอย่างหนึ่งว่าสิ่งของทุกอย่างภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักหรือของแต่งบ้านนอกจากซื้อมาเพื่อใช้งาน การดูแลรักษา ทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งพรมปูพื้น อย่างที่เห็นกันว่าหลายบ้านนิยมใช้พรมมาเป็นเป็นพรมแต่งบ้าน ซึ่งพรมปูพื้นห้องเหล่านั้นต้องการการดูแลรักษาและทำความสะอาดอยู่เสมอ เพราะถ้าเราดูแลไม่ดี เจ้าพรมปูพื้นเหล่านี้จะกลายเป็นที่กักเก็บฝุ่นชั้นดี ก็จะส่งผลร้ายกับสมาชิกในบ้านไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้นถ้าบ้านใครใช้พรมอยู่ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดพรมปูพื้นห้องของเราด้วย แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าแล้วจะทำความสะอาดอย่างไรให้พรมของเราดูดีไปตลอดอย่างถูกวิธี บทความนี้เรามีข้อแนะนำดี ๆ สำหรับการทำความสะอาดพรมแต่งบ้านมาฝากกัน

ดูแลและทำความสะอาดพรมปูพื้นอย่างไรให้ดูใหม่เสมอ

ทำความรู้จักสิ่งที่มักจะซุกอยู่ใต้พรมปูพื้น

ก่อนอื่นเจ้าของบ้านทุกคนจะต้องตระหนักก่อนว่าพรมเป็นวัสดุที่อ่อนไหวต่อความชื้น และง่ายต่อการดูดซึมสิ่งสกปรก ซึ่งสามารถทำให้อากาศภายในบ้านแย่ลง สร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และสุดท้ายมันจะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านได้ ดังนั้นคุณจะต้องสำรวจว่ามีอะไรซุกอยู่ใต้พรมปูพื้นห้องอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโดยมากเราจะพบสิ่งที่ซุกใต้พรมอันมีที่มาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง ตัวอย่างเช่น

  • คราบดินและโคลน คราบดินและโคลนเหล่านี้มักจะติดมากับรองเท้า หลังจากที่เราออกไปข้างนอกบ้านมา รวมไปถึง เวลาที่คุณพาสุนัขของคุณออกไปเดินเล่น เมื่อพวกเขากลับเข้ามา สิ่งเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะตามกลับมากับพวกเขาด้วย
  • เส้นผม และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว โดยทั่วไป ผมคนเราจะร่วงประมาณ 50 – 100 เส้นต่อวันโดยเฉลี่ย และผลัดสะเก็ดผิวหนังประมาณ  1.5 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งเซลล์ผิวหนังเหล่านี้เป็นอาหารจารโปรดสัตว์และแมลงขนาดเล็ก (เช่น ไรฝุ่น เห็บ หรือหมัด) แปลว่าพรมที่เต็มไปด้วยเซลล์ผิวหนัง ก็มักจะเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
  • ฝุ่นและไรฝุ่น จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าฝุ่น 1 กรัม นั้นมีไรฝุ่นมากถึง 2,500 ตัว ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่มักอาศัยอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะพรม ในตัวไรฝุ่นและมูลของมันนั้นมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่สามารถทำปฏิกิริยากับภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง
  • จุลินทรีย์และแบคทีเรีย เชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่พบบ่อยในพรมก็มีอย่างเช่น salmonella, E. coli หรือ staphylococcus ซึ่งจะซุกซ่อนอยู่ตามเส้นใยของวัสดุที่ใช้ทำพรม โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อราที่ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือความอุ่น ดังนั้นพรมเช็ดเท้าที่วางไว้หน้าห้องน้ำจึงเป็นที่สุดฮิตของเชื้อรานั่นเอง
  • สาร VOCs VOCs (วีโอซี) คือ สารประกอบอินทรีย์ระเหย หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมักปะปนมาใน ควันบุหรี่ สีทาบ้าน หรือไอน้ำมัน ซึ่งสามารถติดฝังแน่นกับตัวพรม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านได้ ด้วยการสูดดมหรือสัมผัสโดยตรงต่อผิวหนัง
  • เศษอาหาร การทำอาหารหรือเครื่องดื่มหกลงไปบนพื้น มันไม่เพียงแต่ทิ้งคราบสกปรกเอาไว้เท่านั้น แต่มันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กก่อตัวขึ้น และสร้างอันตรายต่อคนในบ้านได้ด้วย

ทำความสะอาดพรมปูพื้นให้เหมือนใหม่ง่าย ๆ ด้วยมือเรา

การกำจัดคราบต่าง ๆ บนพรมปูพื้น : อย่างแรกคือ คราบที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน สังเกตว่าบนพรมนั้นมีคราบอะไรที่ยังไม่ได้ฝังลึกหรือซึมเข้าไปในตัวพรมหรือไม่ ถ้ามี ให้รีบทำความสะอาดทันที เช่น การนำผ้า ทิชชู หรือลูกขัดใยสังเคราะห์ (ด้านฟองน้ำ) มาซับน้ำที่เพิ่งหกลงไปบนพรม โดยอย่าปล่อยให้เศษอาหารหรือเครื่องดื่มซึมเข้าไปในพรมปูพื้นห้องเด็ดขาด เพราะนอกจากที่คราบและกลิ่นจะฝังแน่นแล้ว เมื่อสิ่งสกปรกเหล่านั้นรั่วซึมไปถึงส่วนก้นของพรมแต่งบ้าน มันก็จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ด้วย

การกำจัดคราบฝังแน่นในพรมปูพื้นห้อง ถ้าคราบนั้นเริ่มฝังแน่นหรือเป็นคราบที่มีความเข้มข้นสูง อย่างเช่น เลือด ให้นำผ้า หรือลูกขัดใยสังเคราะห์ (ด้านฟองน้ำ) ชุบน้ำ บิดให้อยู่ในระดับเปียกหมาด ๆ และค่อย ๆ นำมาซับคราบที่ฝังแน่นออก โดยห้ามขยี้หรือขัด เพราะอาจจะทำให้พรมเกิดความเสียหายได้ การทำแบบนี้จะช่วยทำให้คราบฝังแน่นนั้นจางลง และทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นในขั้นตอนถัดๆไป

ทำความสะอาดคราบเฉพาะจุดบนพรมปูพื้นที่มาพร้อมกลิ่น หนึ่งสิ่งที่ช่วยขจัดคราบเฉพาะจุดได้ดีที่สุดก็คือน้ำโซดานั่นเอง โดยถ้าคุณเผลอทำน้ำผลไม้หรือไวน์หกลงไปบนพรม คุณสามารถเทน้ำโซดา (จำนวนไม่มาก) ลงไปบนพรม ปล่อยให้มันทำปฏิกิริยากับรอยนั้นสัก 10-15 วินาที และค่อยใช้ผ้าซับ ๆ ออก ก็สามารถสลายคราบพร้อมกับกลิ่นที่มาจากสิ่งเหล่านั้นได้ด้วย

ขจัดคราบหมึกซึม หรือรอยหมึกจากปากกา แนะนำให้ลองใช้นมผสมกับแป้งข้าวโพด โดยหลังจากทำการผสมในถ้วยให้เข้ากันแล้ว ให้เทมันลงบนคราบหมึก แล้วใช้แปรงสีฟันที่แห้งค่อย ๆ ถูออก หมึกเหล่านั้นจะลอยขึ้นมาและจะค่อย ๆ จางไปจากพรม

กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์บนพรมปูพื้น : น้ำส้มสายชูนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการกำจัดกลิ่นและคราบเล็ก ๆ น้อย ๆ และเพื่อไม่ให้พรมของคุณเต็มไปด้วยกลิ่นของน้ำส้มสายชู ควรผสมน้ำสมสายชูเข้ากับน้ำเปล่าที่อัตราส่วน 1:1 ลงไปในขวดสเปรย์ และฉีดมันไปที่จุดที่มีคราบที่ส่งกลิ่น หลังจากนั้นค่อยนำผ้าแห้งค่อย ๆ ซับมันออก

เบกกิ้งโซดา เป็นอีกหนึ่งของใช้ในครัวเรือนที่มีประโยชน์หลากหลายด้านมาก ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการกำจัดกลิ่นที่ฝังแน่นบนพรม เช่น กลิ่นควันบุหรี่ เพียงโรยผงเบกกิ้งโซดาลงไปบริเวณที่พรม ทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง จากนั้นค่อยดูดฝุ่นอีกที เท่านี้กลิ่นฝังแน่นก็จะหายไป

มันฝรั่ง เพราะว่ามันมีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นได้ เพียงแค่ขูดมันฝรั่งออกมาเป็นชิ้น ๆ และนำไปวางไว้บนพรม ปล่อยทิ้งไว้สัก 4-5 ชั่วโมง แล้วค่อยดูดฝุ่นหลังจากนั้น กลิ่นเหม็นต่าง ๆ ก็จะบรรเทาลง

ดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่ในพรมปูพื้น : ควรกำหนดวันที่จะดูดฝุ่นและทำความสะอาดพรมอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงสัปดาห์ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิด เชื้อรา แบคทีเรีย รวมไปถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ฝังแน่น

อย่าลืมทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันในบริเวณที่มีการใช้งานบ่อย ถ้าที่บ้านมีพื้นที่ที่ใช้พรมปูพื้นห้องเป็นแนวยาว ตอนท้ายของแต่ละวัน ควรดูดฝุ่นเพื่อรักษาความสะอาดของพรมไว้ ไม่เช่นนั้นพื้นที่บริเวณที่นำพรมไปวางอาจจะเกิดกลิ่นอับ และทำให้อากาศภายในบริเวณนั้นแย่ลงได้

ดูแลและทำความสะอาดพรมปูพื้นอย่างไรให้ดูใหม่เสมอ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการแชร์วิธีการทำความสะอาดและดูแลรักษาพรมปูพื้นของคุณให้เหมือนใหม่เสมอด้วยตัวของคุณเอง การทำความสะอาดพรมนั้นดูเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ถ้าเราดูแลอยู่เสมอก็จะเป็นกิจวัตรที่ไม่ได้ยากเย็นอะไร แถมยังได้สุขภาพที่ดีและเพิ่มอายุการใช้งานพรมแต่งบ้านให้ยาวนานกว่าอายุการใช้งานที่กำหนด ซึ่งจะเป็นการใช้พรมปูพื้นห้องที่มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมใส่ใจที่จะดูแลพรมปูพื้น และปรับพฤติกรรมการทำกิจกรรมในบ้านให้สะอาด ถูกสุขอนามัย พรมของเราจะได้สวยสะอาดดูใหม่ตลอดเวลา